เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาซึ่งกำลังจะมาถึงใน 5 ธันวาคมนี้ กระผมขออนุญาตนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันให้เพื่อนๆได้รับทราบกันนะครับ หลายท่านคงอาจจะเคยรับทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยเรานั้นทรงมีพระอัจฉริยภาพมากมายหลายประการ เช่นพระอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การเกษตร การชลประทาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆ ที่สำคัญพระองค์ได้ทรงนำพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆของพระองค์ออกมาใช้ผ่านโครงการในพระราชดำริต่างๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยดีขึ้น สำหรับในบทความนี้ผมจะนำเสนอเฉพาะในส่วนของพระอัจฉริยภาพทางด้านคอมพิวเตอร์ครับ เพื่อให้เพื่อนๆของเราที่มีความสนใจทางด้านคอมพิวเตอร์ได้รับทราบถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านคอมพิวเตอร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ
ทรงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการแต่งเพลง
ม.ล.อัศนี ปราโมช ได้ตกลงใจซื้อเครื่องแมคอินทอชพลัสซึ่งเป็นเครื่องที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สาเหตุที่ ม.ล.อัศนี ปราโมช ได้เลือกเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ก็เพราะว่า ม.ล.อัศนี ปราโมช ได้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยทางด้านดนตรี และในขณะนั้นเครื่องแมคอินทอชพลัสนั้นสามารถเก็บและพิมพ์โน้ตเพลงได้ และยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พิเศษสำหรับเล่นดนตรีตามโน้ตเพลงที่เก็บไว้ได้ด้วย
ทรงประดิษฐ์ตัวอักษร หรือฟอนต์(Font)
หลังจากที่พระองค์ทรงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการแต่งเพลงไปได้สักระยะหนึ่ง พระองค์ก็ได้สนใจในการออกแบบรูปแบบตัวอักษร หรือฟอนต์(Font) โดยพระองค์ทรงศึกษาโปรแกรม "Fontastic" และพระองค์ได้ทรงประดิษฐ์ฟอนต์ขึ้นมา อันได้แก่ ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์ และฟอนต์ไทยอื่นๆอีกมากมาย และนอกจากฟอนต์ภาษาไทยแล้วพระองค์ได้ทรงประดิษฐ์ฟอนต์ภาษาอื่นๆอีกด้วยเช่น ฟอนต์ภาษาสันสกฤต ฟอนต์ภาษาเทวนาครี (ภาษาแขก) เป็นต้น ซึ่งฟอนต์เทวนาครีนี้มีความยากในการออกแบบที่ยากกว่าฟอนต์อื่นๆมากเลยครับ เพราะ ตัวอักษรเทวนาครี หรือ ตัวอักษรแขกนั้น มีรูปแบบที่ไม่คงตัวเหมือนตัวอักษรภาษาอื่นๆที่ทั่วโลกใช้กัน หรือกล่าวคือ ถ้านำส่วนหนึ่งของอักษรนำมาต่อรวมกับอีกส่วนหนึ่งของอักษร จะเกิดอักษรใหม่ขึ้นนั้นเองครับ (ใครที่เคยเห็นอักษรแขกก็คงพอจะนึกออกนะครับ เป็นตัวอักษรที่อ่านยากมากๆตัวอักษรหนึ่งเลยก็ว่าได้(เขียนยากมากด้วยครับ))
สาเหตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยในตัวอักษรเทวนาครี หรือ ตัวอักษรแขกนั้น เพราะว่าพระองค์ทรงศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังและลึกซึ้ง การที่ทรงศึกษาตัวอักษรแขก ก็เพื่อเป็นการนำไปสู่ความเข้าใจด้านอักษรศาสตร์ และความเข้าใจในหัวข้อธรรมะนั่นเอง เพราะคำสอนและข้อธรรมะในพุทธศาสนานั้น เดิมทีก็เกิดและเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย บรรดาธรรมะที่ลึกซึ้งและยากแก่ความเข้าใจ ก็อาจจะถูกตีความผันแปรบิดเบือนไปได้ ดังนั้นการศึกษาค้นคว้าลึกลงไปถึงภาษาแขก จึงน่าจะได้ความรู้เกี่ยวกับธรรมะชัดเจนกระจ่างมากขึ้น
ทรงเขียนโปรแกรมขึ้นมาใช้เอง
ต่ออมาได้มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องคอมพิวเตอร์ IBM PC Compatible และทรงสนพระทัยศึกษาในการพัฒนา Software ต่างๆ และได้สร้างโปรแกรมใหม่ๆ ขึ้นมา รวมทั้งสนพระทัยในเทคนิคการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบนี้มากทีเดียว บางครั้งทรงเปิดเครื่องออกดูระบบต่างๆ ภายในด้วยพระองค์เอง หรือทรงปรับปรุง Software ใหม่ขึ้นใช้ ทรงแก้ซอฟต์แวร์ในเครื่อง เช่น โปรแกรมภาษาไทย CU WRITER ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์
ทรงออกแบบ ส.ค.ส ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
ส.ค.ส. พระราชทาน เป็นบัตรส่งความสุข ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประดิษฐ์ขึ้นด้วยพระองค์เอง เพื่อพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เป็นประจำทุกปี (ยกเว้น พ.ศ. 2548)*
ในวันสิ้นปี (31 ธันวาคม) ของทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพร เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ทางสถานีวิทยุ และสถานีโทรทัศน์ทุกสถานี นอกจากนี้ ยังทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจ มาปรุแถบโทรพิมพ์ (เทเล็กซ์) พระราชทานพรปีใหม่ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ถวายงาน โดยทรงใช้รหัสแทนพระองค์ว่า กส. 9 เช่นเดียวกับที่ทรงใช้ติดต่อทางวิทยุสื่อสาร ทรงระบุท้ายโทรพิมพ์ว่า กส. 9 ปรุ ส.ค.ส. พระราชทาน ที่เป็นโทรพิมพ์เหล่านี้ เริ่มเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อปี พ.ศ. 2530
พระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์
ในส่วนที่เกี่ยวกับศาสนานั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๑,๔๗๒,๙๐๐ บาท ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๔ ให้มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำโครงการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาพระไตรปิฎก และอรรถกถาต่อเนื่องจากโครงการพระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์เดิม ที่มหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนาเสร็จแล้ว และได้ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสรัชมังคลาภิเษก ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๑
ทรงเห็นว่าโครงการนี้ควรได้รวบรวมเอาชุดอรรถกถาและฎีกาเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นโครงการที่นำวิทยาการชั้นสูงมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลเนื้อหาทางด้าน พุทธศาสนา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงศึกษาพระไตรปิฎกและอรรถกถาฉบับคอมพิวเตอร์นี้ด้วยพระองค์เอง และมีพระบรมราชวินิจฉัย และพระราชวิจารณ์ในการออกแบบโปรแกรมสำหรับใช้ในการสืบค้นข้อมูล ในฐานะแห่งองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก
การครั้งนี้กล่าวได้ว่า เป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนยาวนานสืบไปในอนาคตกาล เพราะโครงการพระราชดำรินี้ เป็นส่วนสนับสนุนอย่างสำคัญ ที่ทำให้การศึกษาพระไตรปิฎกและชุดอรรถกถาเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ อีกทั้งรวบรวมเนื้อหาไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา นับเป็นการใช้วิทยาการอันก้าวหน้าทางคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม
และสร้างสรรค์
สำหรับ โครงการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อการศึกษาพระไตรปิฎกและอรรถกถาตามพระราชดำรินี้ ได้พัฒนาแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๔ ในชื่อ BUDSIR IV โดยพัฒนาต่อเนื่องจาก โปรแกรม BUDSIR (อ่านออกเสียงว่า บุดเซอร์) มาจากคำว่า Buddhist Scriptures Information Retrieval
ประวัติของ BUDSIR
BUDSIR I สามารถค้นหาคำทุกคำ ศัพท์ทุกศัพท์ ทุกวลี ทุกพุทธวจนะ ที่มีปรากฏในพระไตรปิฎก จำนวน 45 เล่ม หรือข้อมูลมากกว่า24.3ล้านตัวอักษรที่ได้รับการบันทึกในคอมพิวเตอร์ได้อย่าง
รวดเร็ว ถูกต้อง และครบถ้วนสมบูรณ์
BUDSIR II
พัฒนาแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2532 ซึ่งเป็นพระไตรปิฎกอักษรโรมัน สำหรับการเผยแผ่ไปยังต่างประเทศ
BUDSIR III ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกในเดือนเมษายน 2533 เพื่องานสืบค้นที่มีความซับซ้อน
BUDSIR IV ได้รวบรวมพระไตรปิฎกและอรรถกถา/ฎีกา รวมทั้งคัมภีร์ทุกเล่มที่ใช้ศึกษาหลักสูตรเปรียญธรรม
นอกจากนี้ยังรวม version ที่เป็นอักษรโรมันเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมีขนาดข้อมูลรวม 115 เล่ม หรือประมาณ 450 ล้านตัวอักษร นับเป็นพระไตรปิฎกและอรรถกถา ฉบับคอมพิวเตอร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบัน และมหาวิทยาลัยมหิดล ยังได้พัฒนาโครงการดังกล่าวเพิ่มเติม โดยบันทึกพระไตรปิฎกและอรรถกถา ลงบนแผ่น CD-ROM แล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2537 ซึ่งจะอำนวยความสะดวกอย่างมากต่อผู้ที่ต้องการจะศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย หรือชาวต่างประเทศ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 18 มกราคม 2538 และในปัจจุบันสำนักคอมพิวเตอร์ ได้เริ่มโครงการพัฒนาโปรแกรมพระไตรปิฎกคอมพิวเตอร์ ฉบับภาษาไทย เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้ศึกษา อันจะเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้งานโปรแกรมนี้ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฉบับออนไลน์
หลายคนคงจะทราบดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนเพื่อให้เยาวชนไทยได้ศึกษาความรู้ในสาขาวิชาต่างๆอย่างกว้างขวาง โดยในสารานุกรมไทยฉบับเยาวชนนั้นได้บรรจุสาระความรู้ต่างๆที่จำเป็นสำหรับเยาวชนไทยเอาไว้ ปัจจุบันนี้เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต เพื่อนๆก็สามารถเข้าไปอ่านสารานุกกรมไทยฉบับเยาวชนได้แล้วละครับ ที่ URL : http://kanchanapisek.or.th/kp6/index.html
ศึกษาทางไกลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
หลายคนคงเคยได้ยิน โครงการจัดการศึกษาด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมมาบ้างแล้วนะครับ โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องการให้เด็กไทยในพื้นที่ต่างๆได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกันดังนั้น โครงการนี้จึงได้เกิดขึ้น โดยเด็กนักเรียนในท้องถิ้นต่างๆที่อยู่ห่างไกลสามารถที่จะเรียนหนังสือโดยผ่านทางระบบโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม และในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่เข้าถึงคนไทยมากขึ้น เด็กไทยจึงสามารถที่จะรับชมการเรียนการสอนดังกล่าวผ่านท่างระบบอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน โครงการดังกล่าวชื่อ "DLF - elearnig เฉลิมพระเกียรติ" เพื่อนๆสามารถที่จะเข้าไปรับชมการเรียนผ่านทางไกลแบบสด หรือรับชมเป็นแบบเทปบันทึกย้อนหลังได้ที่ URL : http://www.dlf.ac.th/dltv/index.php ครับ อย่าลืมติดตั้งโปรแกรม RealOne Player ด้วยน่ะครับ เพราะต้องใช้โปรแกรมนี้ในการรับชมการเรียนการสอนครับ
อ่านคำสอนของพ่อบนอินเตอร์เน็ต
พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น สามารถที่จะนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ ท่านสามารถอ่านพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสของพระองค์ได้ที่ URL : http://www.onec.go.th/khamphorson/index.html ซึ่งภายในเว็บได้แยกอ่านพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสออกเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เหมาะกับการไปใช้ตามความเหมาะสมของผู้อ่านในวัยต่างๆอันได้แก่ เด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้ใหญ่วัยทำงาน
เว็บดาวน์โหลดเพลงพระราชพนธ์
http://kanchanapisek.or.th/royal-music/index.th.html เป็นเว็บรวบร่วมเพลงพระพระราชพนธ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเอาไว้ ซึ่งเพื่อนๆสามารถเขาไปดาวน์โหลดเนื้อร้อง และไฟล์เสียง ชนิด mp3 ได้จากเว็บนี้ครับ
นอกจากพระอัจฉริยภาพทางด้านคอมพิวเตอร์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระอัจฉริภาพทางอื่นๆอีกมากมายครับ แต่ไม่ว่าจะเป็นพระอัจฉริยภาพด้านไหนๆพระองค์ก็ทรงใช้ออกมาเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงงานอย่างนักหนักมาตลอดระยะเวลา 62 ปี ที่พระองค์ขึ้นครองราชเพื่อที่คนไทยจะได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นผมคิดว่าคงไม่มีสิ่งใดที่ตอบแทนความเหนื่อยยากพระองค์ท่านได้ดีไปกว่าการที่เราคนไทยทุกคนร่วมกันทำความดีกันเพื่อถวายแด่พระองค์ท่านครับ
บรรณานุกรม
http://www.prdnorth.in.th/The_King/king_it_02.php
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=yyswim&group=6&month=06-2005&date=08&blog=1
http://www.onec.go.th/theking/k009.htm

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น